เมื่อวานตอนเย็นแวะไปงานไทยเที่ยวไทยก่อนกลับบ้าน เพราะคาดว่าวันนี้จะไม่ว่างไป สาวน้อยฯ ออกจากงานราว 3 ทุ่ม พอสตาร์ทรถ เปิดวิทยุก็เป็นเวลาของรายการคลับฟรายเดย์ทางคลื่นวิทยุ 106.5 ดำเนินรายการโดยดีเจพี่ฉอดและดีเจพี่อ้อย ปกติสาวน้อยฯ ไม่ได้ฟังคลื่นนี้ แต่เหมือนมีอะไรมาดลใจให้เปลี่ยนคลื่นเมื่อช่วงเย็นตอนก่อนจอดรถเลยค้างไว้ที่คลื่นนี้ เสียงเพลงที่ดังขึ้นเป็นเพลง "รักระยะสุดท้าย" ซึ่งเป็นหัวข้อของรายการในครั้งนี้ ได้ยินเสียงเพลงแล้วน้ำตาร่วงทันที ช่วงเวลาของเราจะเป็น "รักระยะสุดท้าย" หรือเปล่านี่ ราวเดือนกว่าแล้วที่สาวน้อยฯ ได้ทราบความจริง (โดยบังเอิญ) ว่าคนรักคบหาดูใจกับผู้หญิงคนใหม่มาซัก 5-6 เดือน (แต่รู้จักกันมาเกือบ 2 ปี) เค้าบอกว่าที่เค้ายังไม่บอกสาวน้อยฯ เพราะเค้ายังไม่แน่ใจกับคนใหม่เท่าไร แล้วเราหล่ะ?? หรือเราคบกันมานานเกินไป (ย่างเข้าปีที่ 12 แล้ว) เราหวังไว้ว่าจะรักและดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรกัน??
ยังไม่มีการบอกเลิกกันแต่อย่างใด แต่บรรยากาศระหว่างเราทั้งสองไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เค้ายังคงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับสาวน้อยฯ นี่ซิ...เหมือนใจจะขาดเสียให้ได้.... เหมือนมีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างต้องการให้สาวน้อยฯ ได้ฟังแง่คิดและมุมมองของคนอื่น ทำให้มีโอกาสได้ฟังรายการคลับฟลายเดย์ในหัวข้อนี้
ผู้ฟังหลายคนโทรศัพท์และส่งข้อความเข้ามาในรายการ ดีเจพี่ฉอดบอกให้ทำใจเย็นๆ 'ปัญหา' จะไม่อยู่กับเราตลอดไป ถ้าวันนี้เรายังแก้ปัญหาไม่ได้ 'เวลา' จะช่วยให้ 'ปัญหา' ผ่านพ้นไปเอง....... ขอให้ 'เวลา' ช่วยพาปัญหาไปจากเราจริงๆ ด้วยเถิด.........
ดีเจพี่อ้อยบอกว่า "สิ้นสุดอย่างเจ็บปวด ดีกว่าเจ็บปวดไม่สิ้นสุด" แล้วคุณคิดว่าอย่างไรคะ......................
เมื่อช่วงบ่ายก็เพิ่งได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับหนึ่งที่ทำให้สาวน้อยฯ นั่งซึม น้ำตาแทบร่วง...
ไม่ทราบว่าใครเขียนจดหมายนี้ และเรื่องราวในจดหมายเกิดขึ้นกับใครและเมื่อใด แต่ดูเหมือนเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้ว เกิดขึ้นกับหลายๆ คน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นอีก...กับอีกหลายคนบนโลกใบนี้...และจะเกิดขึ้นอีกเรื่อย....ไป
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง …
ทั้ง 2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมากดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน 7-8 ปี
เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างก็แน่ใจว่าอีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก 2 คู่นี้แน่ๆ
แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักทั้ง 2 คู่......
เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า ‘ใช่ ‘ มากกว่า ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม ….ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา 2 – 3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมา
เริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจของเขา
ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่ ….
สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ คนรักคนเดิมที่เคยคบด้วยมีอะไรบางอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบใจ
อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ แต่ในขณะที่คบกันมานั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอรับได้
เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆ ที่เธอทำให้เขาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เขา
แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่ อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้นเหมือนคนรักเก่า
แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่ …
ผู้ชายคนที่ 1 ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่และเมื่อเขาบอกว่าเขาเลือกผู้หญิงคนใหม่
เขาให้เหตุผลว่า ‘เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผมเขาเข้าใจผม (และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย)‘
ส่วนผู้ชายคนที่ 2 …เลือกสารภาพกับคนรักว่า‘ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกก็เป็นเขา ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริงๆ’
ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้…. แบบไหนที่ดูเป็น ‘ลูกผู้ชาย’ มากกว่ากัน
แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก …ผู้หญิงเราคงไม่เลือกสักทาง...จริงไหม เพราะถ้าเราเลือกได้จริงๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
เราเชื่อว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่ (อาจจะไม่ทุกคน … แต่ก็เชื่อว่าเป็นจำนวนมาก) ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว ก็คือความ ’จงรัก’ และ ’ภักดี’
คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้
และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า ‘จงรัก’ อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาว อาจจะร้อนแรง อาจท่วมท้นในยามแรกรัก!
แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลาแต่คนรักคู่ใดๆ ในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำๆ นี้
แต่ ‘ภักดี’ นั้นชั่วชีวิต ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้น ร้อนแรงตลอดไปก็จริง
แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบางๆ ไว้ตราตรึงใจบ้างกระมังในยามที่เราหวนนึกถึงมัน
แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้ ย่อมต้องมีความผูกพัน ความเห็นอกเห็นใจ
และเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็น้อย
สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้งสองคู่ก็คือ… ฝ่ายชายหมดความ ‘จงรัก’ ลงไปแต่ความรู้สึกอื่นๆ ล่ะ ความผูกพัน
ของคนสองคน ความเห็นอกเห็นใจความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ
คู่รักทั้ง 2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่ ตอนที่เขารักกันเขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี ตอนนี้เมื่อถึง
จุดแตกหักเราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียงผู้เดียวจะรู้สึกอย่างไร
ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า
‘ ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพัก
เพราะตอนนี้คนรอบข้างคุณและเพื่อนๆ ของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณ
แล้วพอเพื่อนๆ ของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้แล้วฉันก็จะไป ’
แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร อาจจะกำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนใหม่
ความรักอาจกำลังท่วมท้น อาจกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่
เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้
เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่ ‘ใช่มากกว่า’ อีกเพราะนั่นหมายถึง
ผู้หญิงที่ต้องเสียใจจะเพิ่มขึ้นอีก 2 คน
ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจคนที่ ‘ใช่’ คุณเชื่อไหมว่าเราหาได้เกือบชั่วชีวิต
แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆ 100% นั้น ไม่มีหรอก นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุด
ของตัวคุณเองลง
เราเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ไม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดใครถูก แต่ต้องการให้คุณหยุดคิดสักนิดว่า
อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ อะไรที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน
มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใครก็คงจะต้องการเพียงแต่ ‘เพื่อนคู่ชีวิต’ สักคน
คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยากลำบากหรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน
คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณ แต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ
คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้าน พุงยาน หนังเหี่ยวเขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่า
ไปพร้อมกับคุณ
แต่...คนที่ว่ามานี้ คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุขอยู่
ในยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น ‘ผู้เลือก’ ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่
ในยามที่คุณยังมีหน้าตา มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอยู่
คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว......
ในยามที่คนที่คุณคิดว่า ‘ใช่’
เขาก็ไปกับคนใหม่ที่เขาก็คิดว่า ‘ใช่’ มากกว่าคุณเหมือนกัน
---------------------------------------------------------------------------------------------------
ThaiBlog.info
ป้ายกำกับ: Love Story
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น